
ร้อนนี้ รู้ทัน! ระวัง “ฮีทสโตรก” กับมหาวิทยาลัยโทโคฮะ
สวัสดีจ้า น้องๆ นักเรียนที่รักวิทยาศาสตร์ทุกๆ คน! วันนี้พี่มีข่าวดีจากมหาวิทยาลัยโทโคฮะ (常葉大学) มาฝากกัน ข่าวนี้เกี่ยวกับเรื่องสำคัญที่เราทุกคนต้องรู้ในช่วงหน้าร้อน เพื่อให้เราสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่อากาศร้อนจัดๆ เลยนะ!
มหาวิทยาลัยโทโคฮะประกาศเรื่อง “การรับมือกับความร้อน”
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยโทโคฮะได้ประกาศแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ “การป้องกันภาวะลมแดด (Heatstroke)” สำหรับการเรียนการสอนและกิจกรรมของชมรมต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของพวกเรามากๆ เลยล่ะ!
“ลมแดด” คืออะไร? ทำไมต้องระวัง?
น้องๆ เคยรู้สึกหน้ามืด วิงเวียน ปวดหัว หรือคลื่นไส้เวลาเล่นกลางแดดนานๆ ไหม? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “ภาวะลมแดด” หรือ “Heatstroke” นั่นเอง!
ลองนึกภาพตามนะ ร่างกายของเรามีระบบระบายความร้อนเหมือนเครื่องปรับอากาศ เวลาอากาศร้อนมากๆ ร่างกายเราจะทำงานหนักเพื่อพยายามลดอุณหภูมิ แต่ถ้าความร้อนเข้ามาเร็วเกินไป หรือเราไม่ดูแลตัวเองดีๆ ระบบระบายความร้อนก็อาจจะทำงานไม่ทัน ทำให้ร่างกายร้อนจัดเกินไป จนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะ!
สัญญาณเตือนของภาวะลมแดดที่ควรรู้:
- หน้ามืด วิงเวียน: เหมือนโลกหมุนรอบตัว
- ปวดหัว: ปวดตุบๆ หรือปวดมากๆ
- คลื่นไส้ อาเจียน: อยากจะอ้วก
- ผิวแดง ร้อน และแห้ง: ปกติเราจะเหงื่อออกเพื่อระบายความร้อน แต่ถ้าเป็นลมแดด ร่างกายอาจจะหยุดเหงื่อได้
- อ่อนเพลีย ไม่มีแรง: รู้สึกเหนื่อยผิดปกติ
- ชีพจรเต้นเร็ว: หัวใจเต้นแรงกว่าปกติ
- หายใจเร็ว: หายใจถี่ขึ้น
มหาวิทยาลัยโทโคฮะเตรียมรับมือ “อากาศร้อน” อย่างไร?
ทางมหาวิทยาลัยโทโคฮะเข้าใจดีว่าอากาศร้อนอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนและกิจกรรมต่างๆ จึงได้ออกมาตรการเพื่อความปลอดภัย ดังนี้:
- การเรียนการสอน: อาจมีการปรับเปลี่ยนเวลาเรียน หรือสถานที่เรียนให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ เพื่อลดการสัมผัสความร้อนโดยตรง
- กิจกรรมชมรม: สำหรับชมรมต่างๆ ที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือในที่อากาศร้อน อาจต้องมีมาตรการพิเศษ เช่น
- ลดระยะเวลา: งดการฝึกซ้อมที่นานเกินไป
- เปลี่ยนเวลา: เลื่อนกิจกรรมไปช่วงที่อากาศเย็นกว่า เช่น เช้าตรู่ หรือช่วงเย็น
- หาที่ร่ม: เปลี่ยนสถานที่ทำกิจกรรมมาอยู่ในที่ร่ม หรือในอาคารที่มีเครื่องปรับอากาศ
- พักบ่อยๆ: พักดื่มน้ำให้เพียงพอ และพักในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก
- สังเกตอาการ: คอยสังเกตอาการของเพื่อนๆ หากใครมีอาการผิดปกติ ต้องรีบพาไปพัก และขอความช่วยเหลือ
น้องๆ ทำอะไรได้บ้าง เพื่อป้องกัน “ลมแดด”?
นอกจากมาตรการของมหาวิทยาลัยแล้ว ตัวเราเองก็สำคัญมากๆ เลยนะ! มาดูกันว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง:
- ดื่มน้ำเยอะๆ: ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอตลอดทั้งวัน ไม่ต้องรอให้กระหายน้ำนะ! หลีกเลี่ยงน้ำหวาน น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้
- หลีกเลี่ยงแดดจัด: ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ พยายามหลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้งในช่วงที่แดดแรงที่สุด (ประมาณ 10 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น)
- ใส่เสื้อผ้าสีอ่อน: เสื้อผ้าสีอ่อนจะสะท้อนแสงแดดได้ดีกว่าเสื้อผ้าสีเข้ม ทำให้เรารู้สึกสบายตัวมากขึ้น
- ใส่หมวก/กางร่ม: เวลาต้องออกไปกลางแดด อย่าลืมใส่หมวกปีกกว้าง หรือกางร่มเพื่อบังแดดนะ
- พักผ่อนให้เพียงพอ: การพักผ่อนที่ดีช่วยให้ร่างกายแข็งแรง พร้อมรับมือกับทุกสภาพอากาศ
- สังเกตอาการตัวเองและเพื่อน: หากรู้สึกไม่สบาย หรือมีอาการที่กล่าวมาข้างต้น ให้รีบหยุดกิจกรรม และบอกคุณครู หรือผู้ปกครองทันที!
วิทยาศาสตร์ช่วยเราได้อย่างไร?
เรื่อง “ลมแดด” นี้ก็มีวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะ!
- ความร้อนและการระบายความร้อน: นักวิทยาศาสตร์ศึกษาว่าร่างกายเราจัดการกับความร้อนอย่างไร และสภาพอากาศแบบไหนที่ทำให้เกิดอันตราย
- การวัดอุณหภูมิ: การวัดอุณหภูมิร่างกาย หรืออุณหภูมิอากาศ ก็เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาศาสตร์ที่เราใช้เพื่อประเมินความเสี่ยง
- วิทยาศาสตร์การกีฬา: นักวิทยาศาสตร์การกีฬาสามารถให้คำแนะนำวิธีการฝึกซ้อม หรือการเล่นกีฬาในสภาพอากาศร้อน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ หรือภาวะลมแดดได้
การรู้เรื่องเหล่านี้ จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจร่างกายตัวเอง และรู้วิธีดูแลตัวเองให้ปลอดภัยในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ การใส่ใจในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่รู้จักสังเกตและหาทางป้องกันปัญหาได้นะ!
จำไว้ว่า “ความรู้คือพลัง” การรู้เท่าทันอันตราย และรู้วิธีป้องกัน จะทำให้เราสนุกกับชีวิต และการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ อย่าลืมดูแลสุขภาพกันนะทุกคน!
ปัญญาประดิษฐ์ได้ส่งข่าวสารแล้ว
คำถามต่อไปนี้ถูกใช้เพื่อรับคำตอบจาก Google Gemini:
เมื่อเวลา 2025-06-16 04:00 常葉大学 ได้เผยแพร่ ‘熱中症予防のための授業及び部活動の対応について’ กรุณาเขียนบทความโดยละเอียดพร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายสำหรับเด็กและนักเรียน เพื่อส่งเสริมให้เด็กจำนวนมากขึ้นสนใจในวิทยาศาสตร์ กรุณาให้เฉพาะบทความเป็นภาษาไทยเท่านั้น